ประวัติความเป็นมาของดาบ Joyeuse

February 9, 2020 - admin

Comments are off for this post.

ย้อนไปในสมัยโบราณสมัยที่มนุษย์ยังคงใช้อาวุธ ในการฟาดฟันศัตรูให้ราบคาบ โดยหนึ่งในอาวุธที่มีความน่าสนใจและมีประสิทธิภาพอันทรงพลังอันดับต้นๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นดาบ โดยรูปร่างของดาบและประสิทธิภาพในการใช้งานของดาบในแต่ละประเทศ หรือในแต่ละพื้นที่ล้วนมีความแตกต่างกันออกไป นอกจากจะเป็นอาวุธสังหารแล้ว ก็ยังใช้เป็นเครื่องมือในการบ่งบอกถึงวัฒนธรรมของประเทศนั้นอีกด้วย สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณผู้อ่านได้ทำความรู้จักกับดาบเล่มหนึ่งที่มีชื่อเสียงอันเกรียงไกร และมีประสิทธิภาพในการทำลายล้างสูง โดยดาบเล่มนี้เป็นดาบที่อยู่ในสมัยฝรั่งเศสยุคโบราณ

ดาบ Joyeuse ดาบคู่กายของพระเจ้า Charlemagne

Charlemagne คือชื่อ ของกษัตริย์ที่มีความสำคัญต่อหน้าประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส เพราะท่านคือผู้ที่สร้างประเทศฝรั่งเศสขึ้นมา และสร้างคุณงามความดีจนกระทั่งได้รับการยกย่องว่าเป็นพระบิดาแห่งยุโรป ท่านเป็นผู้ที่ได้รวบรวมดินแดนยุโรปฝั่งตะวันตก ให้กลายมาเป็นปึกแผ่นคืนเดียวกันอย่างหมดจด หลังจากที่หมดยุคจักรวรรดิโรมัน เพราะฉะนั้นท่านจึงเป็นจักรพรรดิที่สร้างผลงานในด้านดีมากมาย ได้รับการยกย่องว่าเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรปสมัยกลาง ผลงานทางด้านการออกรบของท่านก็มีมากมาย เช่น ช่วยส่งกำลังทัพออกไปปกป้องพระสันตะปาปาและกรุงโรมจากการบุกบุกเพื่อหมายยึดครองจากประเทศ Lombardia ก่อนที่จะมาเป็นประเทศฝรั่งเศสอย่างที่เราทุกคนรู้จักกันดีในปัจจุบันนี้ ในอดีตดินแดนแห่งนี้ถูกเรียกว่า ราชอาณาจักรแฟรงค์หรือฝรั่งเศสโบราณ

พระเจ้า Charlemagne ขึ้นครองราชย์ในปี ค.ศ. 768 และเริ่มทำการขยายอาณาจักร ด้วยการผูกสัมพันธ์ไมตรีเน้นการขยายอาณาจักรแบบสันติ กับชาว Lombardia ทุกอย่างก็เหมือนกำลังจะไปได้ดี แต่สุดท้ายแล้ว Lombardia ก็พยายามที่จะบุกข้าสู่กรุงโรมและพยายามจัดการกับพระสันตะปาปา ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงส่งกำลังไปช่วยเหลือจนกระทั่งได้รับชัยชนะในที่สุด และแน่นอนว่านักรบผู้เกรียงไกร นอกจากจะมีสติปัญญาอันเฉียบคมแล้ว ก็ต้องมาพร้อมกับอาวุธคู่กายที่ทรงพลังอย่างดาบ Joyeuse ซึ่งเป็นดาบข้างกายของพระเจ้า Charlemagne

เรื่องเล่าของดาบ Joyeuse

เรื่องเล่าของดาบเล่มนี้มีอยู่ว่า มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อซ่อนหอกศักดิ์สิทธิ์ Longinus เอาไว้ภายในด้ามจับแบบลับๆ โดยหอกหอกศักดิ์สิทธิ์ Longinus นี้ เป็นหอกที่ตามตำนานเล่าว่าใช้แทงพระวรกายของพระเยซู ในอีกตำนานหนึ่งก็ได้เล่าว่าดาบเล่มนี้สร้างขึ้นมาจากวัสดุพิเศษ ซึ่งมีความแข็งแรงมากพอๆ กับดาบในตำนานอย่าง Roland’s Durendal และ Ogier’s Curtana เลยทีเดียวซึ่งในส่วนของปลอกดาบกับด้านดาบนั้น มีการประดับเพชรพลอยที่มีค่าสวยงามอีกทั้งยังถูกห่อหุ้มด้วยทองคำให้สมกับตำแหน่งของกษัตริย์

นอกจากนี้ในตำนานอีกเรื่องหนึ่งได้เล่าขานว่า ดาบเล่มนี้ยังสามารถเปลี่ยนสีได้ถึง 30 สี ภายใน 1 วัน รวมทั้งใช้ในการบั่นหัวศัตรูมามากมายนับหลายแสนศพ ในปัจจุบันนี้มีดาบอยู่ 2 เล่ม ที่มีการคาดการณ์กันว่าน่าจะเป็นดาบ Joyeuse ของจริง ซึ่งเล่มแรกถูกเก็บอยู่ที่ Weltliche Schatzkammer พิพิธภัณฑ์ในกรุงเวียนนาประเทศออสเตรีย และเล่มที่ 2 ที่เข้าข่ายว่าจะเป็น Joyeuse ตั้งอยู่ที่ Louvre Museum ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งดาบที่ถูกเก็บอยู่ที่กรุงเวียนนานั้น เป็นในลักษณะของกระบี่มากกว่า แต่สาเหตุที่ทำให้ยังตัดสินใจไม่ได้ว่า ดาบเล่มไหนเป็นดาบ Joyeuse ที่อยู่ข้างกายพระเจ้าCharlemagne เป็นเพราะว่าได้มีตัวเลขบันทึกเอาไว้บนดาบ ซึ่งเป็นตัวเลขที่บ่งชี้ถึงในช่วงที่พระเจ้าชาว Charlemagne มีชีวิตอยู่ แต่เล่นที่ถูกถูกจัดแสดงไว้ที่ Louvre Museum ได้รับการยอมรับจากนักวิชาการว่าน่าจะเป็น Joyeuse ของจริงมากกว่า

admin